ถึงวันวาเลนไทน์ที่ไร ภาพที่เข้ามาอยู่ในหัวสมองก็จะต้องเป็นภาพของหนุ่มป๊อปสาวป๊อปที่มีสติ๊กเกอร์ติดเต็มตัว พร้อมกับถือดอกไม้หรือช่อดอกไม้ช่อโตเดินยิ้มด้วยความสวยงาม ซึ่งฉันไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสสิ่งนั้น(ตามภาษาคนหน้าตาบ้านๆทั่วไป) ก็ต้องอดน้อยใจไม่ได้เป็นธรรมดา อืมม นี่คือความทรงจำในสมัยวัยเด็กที่พอจะนึกถึงได้เมื่อพูดถึงวาเลนไทน์ และเมื่อโตขึ้นแก่แดดมากขึ้น ก็พอจะรับรู้ได้ว่า สิ่งสวยงามเหล่านั้นที่ถูกเผยแพร่ในวันที่14กุมภา ยังไม่รวมถึงโปรโมชั่นดินเนอร์เป็นคู่เพื่อส่วนลด มันก็เป็นแค่สิ่งที่ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อรับใช้ระบบ”ทุนนิยม”ให้คึกคักขึ้นก็เท่านั้นเอง (และฉันอยากจะบอกว่า ถ้าจะเดินซื้อของพวกนี้ ให้เดินให้ดึกที่สุด เพราะราคามันจะยิ่งต่ำลงอย่างมากถึงมากที่สุด ไม่ต้องสงสัยว่า คนงกๆอย่างฉันมักจะเดินซื้อกับผองเพื่อนตอนใกล้ๆเที่ยงคืนเป็นประจำ) สิ่งเหล่านี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความรักนิรันดร์ใดๆทั้งนั้น เป็นเพียงแค่การหากำไรและการหาเงิน ก็เท่านั้น .. แต่เอาหละ ฉันจะไม่บ่น(ยืดยาวเหมือนคนแก่)เกี่ยวกับอุดมการณ์ต่างๆที่ซ่อนเร้นไว้ตามที่ชอบทำบ่อยๆละกัน ฉันจะมองข้ามมันไป เพราะฉันตัดสินใจที่จะพาทุกคนเข้าไปสู่การรับใช้อุดมการณ์นั้นอย่างมีความสุขจะดีกว่า
สิ่งหนึ่งที่ฉันมักจะเห็นบรรดาผองเพื่อน โดยเฉพาะเพื่อนสาว บ่นกันในวันวาเลนไทน์ก็คือ อยากได้ดอกไม้หรือของอะไรที่มันโรแมนติกๆบ้างจัง กับ ทำไมฉันถึงไม่มีแฟน ไม่มีใครให้ไปไหนมาไหนด้วยกันในวันวาเลนไทน์ เบื่อ เหงา เศร้า ศร้อย .. และฉันคิดว่าคุณผู้อ่านหลายๆคนก็คงอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เช่นกันไม่มากก็น้อย .. มันเป็นความจริงที่ว่า เราติดอยู่ในกับดักของ”ทุนนิยม”ที่ถูกสร้างขึ้นมากันอยู่แล้ว ในเมื่อเลือกที่จะติดกับดักของมัน ทำไมเราถึงไม่เลือกที่จะติดอย่างมีความสุข ..
คุณผู้อ่านสังเกตุกันมั้ยว่า เรามักจะยอมลดสถานะของตัวเราลงไปเป็น“ผู้ถูกกระทำ” ทำไมไม่มีคนมาทำนี่ให้ ทำไมไม่มีคนเอานู่นเอานี่มาให้ อาจจะเป็นเพราะว่า คนสมัยนี้ไม่ค่อยมีความมั่นใจและความเคารพในตัวเอง ไม่สามารถที่จะยืนหยัดในสิ่งที่เราอยากทำด้วยขาสองขาและมั่นใจว่าฉันเริ่ด แต่จะต้องรอให้คนอื่นมาการันตีในคุณภาพของตัวเรา มิเช่นนั้นฉันคงไม่ได้ยินบ่อยๆว่า “โสดเพราะไม่มีคนเอา”(ซึ่งเป็นประโยคที่ดูถูกดูแคลนมากว่าคนโสด เพราะไม่มีคนมาการันตีคุณภาพให้ คือคนที่ไม่มีคุณภาพ) เหตุใดเราจะต้องรอให้คนอื่นมาตีตรามูลค่าให้ตัวเราหละ? และมันก็เป็นเรื่องน่าเศร้ามากที่หลายๆคนจะไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง จนกว่าจะมีใครสักคนเดินเข้ามาสารภาพรักหรือขอเป็นแฟน เราถึงจะรู้สึกพอดีและพอใจ(เคยบ่นไปแล้ว) ถามจริงเถิด ชีวิตเรา เราจะต้องไปผูกติดกับคนอื่น รอให้คนอื่นเข้ามาเติมเต็มให้ตลอดเวลาเหรอ การผูกกับคนอื่น เมื่อเขาเซ เราก็เซ เมื่อเขาล้ม เราก็ล้ม เมื่อเขาพินาศ เราก็พัง ทำไมเราถึงไม่กลับมายืนด้วยขาของเราเองหละ
ทุกครั้งที่ฉันเห็นคนโสด หรือคนอกหัก เศร้าฟูมฟายในวันวาเลนไทน์ ฉันจะมีฟิลลิ่ง(คุณนายโฮ)แบบว่า อยากจะเบะปาก พร้อมกับพูดอะไรสักคำสองคำ เพียงเพราะแค่ไม่ได้อะไรการันตีจากคนอื่น จะต้องเกิดความเศร้าขนาดนี้ ไหนๆข้อดีของวาเลนไทน์ ก็คือการกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคัก หรือทำให้ท้องถนนมันน่ามองเพราะมีดอกไม้หลากสีเต็มไปหมด (แต่อย่าคิดสภาพของดอกไม้หลังจากมันเน่าคาถนน) ทำไมเราถึงไม่ร่วมสนุกกับมัน ทำไมเราถึงยังนั่งเฉยๆ เป็นเจ้าหญิงรอคอยเจ้าชายสักคนมาหาที่ปราสาท (โปรดความคิดเถิด เพราะสมัยนี้เจ้าชายส่วนใหญ่เค้าหันไปชอบเจ้าชายด้วยกันเองแล้ว) เปลี่ยนจากสภาพ”ผู้ถูกกระทำ” ขึ้นมาเป็น”ผู้กระทำ”
ใครเป็นคนกำหนดว่า ในวันวาเลนไทน์ทุกคนจะต้องนั่งรอดอกไม้เท่านั้น ถ้ามันมีแต่การรอรับ แล้วเมื่อไหร่หละที่มันจะมีการให้? ถ้ามายาคติของวันวาเลนไทน์คือการส่งความรักและความห่วงใยให้แก่กัน เหตุไฉนเราๆผู้ที่ติดกับของมันแล้ว จึงไม่ร่วมสนุกกับเทศกาลนี้หน่อยหละ? ฉันมีอะไรบางอย่างที่อยากจะมาแนะนำ ซึ่งฉันกับผองเพื่อนมักจะทำอยู่บ่อยๆในปีที่รู้สึกเบื่อ เปลี่ยนจากการเป็นผู้นั่งเฉยๆตีหน้าเศร้าศร้อยพร้อมสร้างบรรยากาศรอบข้างให้เหมือนมิวสิควีดีโอคนอกหัก เป็นการลุกขึ้นมาเช็ดมาสคาร่า ปัดแก้มให้อมชมพู ทาลิปสักนิด พร้อมเดินออกไปหาซื้อดอกกุหลาบ เพื่อที่จะเป็นผู้ให้ไม่ดีกว่าหรือ .. ฉันแนะนำให้หาก๊วนเพื่อนเฮฮาสักนิด(ถ้าไม่หน้าด้านพอแบบฉัน) เดินเลย ไม่ว่าจะเป็นถนน ที่ทำงาน หรือมหาวิทยาลัย เจอคนไหนโดนใจคนนี้ใช่เลย ก็เดินเข้าไปที่จะส่งดอกกุหลาบให้เค้า พร้อมรอยยิ้ม อาจจะมีพูดคุยกันเล็กน้อย แบบนี้สิที่เรียกว่า การส่งความรักและความห่วงใยจริงๆให้กับมนุษย์โลกด้วยกัน .. จะได้สานต่อกันมั้ยไม่สำคัญ แต่อย่างน้อยคุณก็ได้รู้จัก เป็นการเปิดมิตรภาพใหม่ๆให้เรามีคอนเนคชั่นที่มันกว้างขึ้น บางคนอาจจะไม่รับดอกไม้ ก็ช่างเขา เพราะเขาไม่รับความหวังดีจากเราก็ไม่เป็นไร เดินหน้าต่อ ยิ้มให้และส่งดอกกุหลาบให้คนต่อไปอย่างจริงใจ ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะมองเราแรดหรือมองในแง่ไม่ดี เราแค่ส่งดอกกุหลาบ และเริ่มต้นเปิดมิตรภาพ อนาคตจะเป็นยังไงไม่ต้องสนใจและคาดหวัง เพราะอนาคตของมิตรภาพนี้มันต้องใช้เวลาอีกยาวนาน ส่วนคนไหนที่เค้ามีเจ้าของเแล้ว ก็ถือว่าการเป็นเพื่อนมันยาวนานกว่าการเป็นอื่น เราไม่ได้อ่อย แค่ใช้ความโสดเป็นการสร้างสายสัมพันธ์เฉยๆ
กิจกรรมในแต่ละเทศกาลมีไว้ให้คนร่วมสนุก ไม่ได้มีให้คนไว้ผิดหวังกับมัน บางคนที่เค้ามีคู่ นั่นก็คือเรื่องของเค้า การใช้เวลากับคู่ของเค้า ก็คือความสุขของเค้า (แต่บางคนอาจจะไม่ก็ได้นะ ถ้าซุกซ่อนกิ๊กไว้เยอะ อาจจะสับรางไม่ทัน จนหัวสมองเบลอ) แต่เราคือคนโสด เราต้องบริหารและออกแบบความสุขของเราเอง การมีคู่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดที่จะบอกว่า มันจะทำให้เรามีความสุข อย่าให้ฉันต้องพูดต่อไปว่า คนมีคู่อีกกี่คนในโลกนี้ที่ออกมานั่งบ่นบ่อยๆว่าไม่มีความสุข แฟนไม่สนใจ .. ความสุขของคนมีคู่ ก็คือความสุขของเค้า เราไม่ต้องสนใจ .. หันมาสนใจที่ตัวเรา คนโสดอย่างเรา จะทำยังไงให้มีความสุข .. ความสุขจะเกิดขึ้นได้จากการลงมือทำเอง ไม่ใช่การมานั่งรอคนอื่นทำให้ อยากเป็นคนที่ได้แต่นั่งรอคนอื่นมาอุดช่องโหว่ให้เหรอ? มันเหนื่อยนะ หาความสุขด้วยตัวเองเถอะ ตัวเรา เราไม่ทำ ใครจะทำให้? รีบใช้ความโสดให้มันเป็นประโยชน์เถิด อย่ามองว่ามันไม่มีคุณค่า ความโสดมันก็มีคุณค่า (หลายๆคนพยายามจะยัดเยียดว่ามันเป็นจุดด่างพร้อย ฉันเถียงสุดใจ!!) .. และเทศกาลแห่งความรัก มันไม่ใช่แค่ความรักของคู่รัก มันยังคือความรักของมิตรภาพและในรูปแบบอื่นๆมากมาย .. สิ่งที่ฉันแนะนำไปนั้น ก็คือการหาความสุขของคนโสดให้กระชุ่มกระชวยหัวใจ ที่หลายๆคน(โดยเฉพาะเพื่อนฉัน)ยืนยันว่าทำแล้วมันก็มีความสุขจริงๆ อย่างน้อยก็ดีกว่าการมานั่งหดหู่คนเดียวในเทศกาลคึกคักของมนุษย์โลก .. และหลังจากให้ดอกกุหลาบคนอื่นไปแล้ว อย่าลืมนึกคนที่บ้าน สักดอก หรือสักช่อ ถือกลับไปให้ รอยยิ้มของคนที่บ้านนี่แหละจะเป็นการปิดท้ายวันวาเลนไทน์ของเราได้อย่างสวยงาม
อย่ามัวแต่เขินอาย หรือนั่งเป็นคุณนายโฮร้องไห้อยู่ที่บ้านเลย นี่มันสมัยไหนแล้วที่จะต้องมาปิดตัวเอง และจินตนาการว่าเป็นเจ้าหญิงน้อยที่จะรอรับดอกไม้จากใครสักคนนึง เลิกเถิด จิกส้นสูงขึ้นมา แต่งตัวให้สวยเก๋ พร้อมชวนเพื่อนฝูง(ถ้าไม่กล้าพอที่จะทำคนเดียว) ถือดอกกุหลาบสักกำ เชิดหน้าออกไปนอกบ้าน พร้อมส่งมันพร้อมกับความรักความห่วงใยให้กับเพื่อนมนุษย์โลกดีกว่า (แถมยังได้ช่วยระบบ”ทุนนิยม”ให้มันวางกับดักได้สำเร็จอีกด้วย) .. รับรองว่ากิจกรรมนี้ เริ่ด กว่าการนั่งร้องหาผัวและความรักอยู่ริมหน้าต่างเป็นบุคคลที่โลกลืมอย่างแน่นอน <3
